ระเบียบของโรงเรียน

ระเบียบโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย
ว่าด้วยเครื่องแต่งกาย
..................................................

       โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย เป็นโรงเรียนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงครองราชย์ครบ 50 ปี มีเครื่องแบบและเครื่องหมายประกอบ เครื่องแบบได้รับพระบรมราชานุญาต นักเรียนจะต้องแต่งเครื่องแบบอย่างถูกต้องตามตามกาลเทศะอันควรเพื่อเชิดชูเกียรติ
ของนักเรียนและ โรงเรียน เครื่องแบบชุดพิธีการ เป็นเครื่องแบบที่ใช้ในงานพระราชพิธี
พิธีต่างๆ ที่โรงเรียนจัดและแต่ง ออกนอกบริเวณโรงเรียน เช่น การกลับบ้านและการส่ง
กลับเข้าโรงเรียน เครื่องแบบและเครื่องหมาย ประกอบเครื่องแบบมีดังนี้

1. ชุดพิธีการนักเรียนชาย
1.1 เสื้อ เป็นเสื้อนอกคอตั้ง 5 ตะเข็บ สีขาว (เสื้อราชปะแตน) ช่วงชั้นที่ 3 กระดุม
โลหะสีเงิน ช่วงชั้นที่ 4 กระดุมโลหะสีทองตราพระมหามงกุฎ 5 เม็ด
1.2 กางเกง กางเกงนักเรียนขาสั้น ขนาดความยาวของกางเกงสูงจากกึ่งกลางลูกสะบ้าหัว
เข่าไม่เกิน 3-5 เซนติเมตร มีหูร้อยเข็มขัด 7 หู มีกระเป๋าตามแนวข้างตะเข็บข้างละ 1 กระเป๋า

1.3 แผงคอ ขนาดกว้าง 3-5 เซนติเมตร ยาว 8-10 เซนติเมตร (ตามความเหมาะสมของ
ขนาดตัวนักเรียน) แผงคอสีเหลืองทอง มีแถบสีทองกว้าง 1 ซม. ทาบกลางโดยตลอดเช่น

1.4 หมวก เป็นหมวกหนีบผ้าสีกรมท่า มีกระดุมตราพระมหามงกุฎ เส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 ซม.
ติดด้านหน้า หมวก 2 เม็ด เหนือกระดุมทางด้านซ้ายติดหน้าหมวกซึ่งเป็นตราเครื่องหมายของ โรงเรียนขนาด 2.5 ซม.
1.5 เข็มเครื่องหมายประดับอกเสื้อ เป็นตราเครื่องหมายของโรงเรียนขนาด 4 ซม. ประดับที่เหนือกระเป๋าด้านซ้าย ช่วงชั้นที่ 3 ใช้ตราเครื่องหมายสีเงิน ช่วงชั้นที่ 4
ใช้เครื่องหมายสีทอง
1.6 ป้ายชื่อทำด้วยโลหะสีดำ ตัวอักษรสีขาว ขนาดเหมาะสม
1.7 เข็มขัด ให้ใช้เข็มขัดหนังสีดำ ขนาดกว้าง 4 ซม. หัวเข็มขัดทองเหลืองขนาด 4x5 ซม.
ตรงกลางเป็นลายดุนตรามหามงกุฎ
1.8 ถุงเท้า สีดำไม่มีลวดลาย ยาวคลุมน่อง พับต่ำกว่าข้อพับเข่า 2 ซม.
1.9 รองเท้า หนังสีดำ หุ้มส้น มีเชือกผูก ไม่มีลวดลาย
2. ชุดกึ่งพิธีการ คือ ชุดนักเรียนปกติแต่ใช้ถุงเท้ายาวสีดำ รองเท้าหนังสีดำ สวมหมวกหนีบ ติดกระดุมเม็ดแรก

3. ชุดนักเรียนชาย เป็นเครื่องแบบที่ใช้ในวันเรียนตามปกติ
3.1 เสื้อ เป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้น คอตั้ง ใช้ผ้าสีขาวเกลี้ยง ไม่บางหรือหนาเกินไป ห้ามใช้ ผ้ามัน
หรือผ้าด้ายดิบ ผ้าฝ้าย หรือผ้าเนื้อหยาบ ผ่าอกตลอด มีสายอกที่อกเสื้อขนาด 2.5-4 ซม.
กระดุมสี ขาว แบน เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1 ซม. แขนสั้นเหนือข้อศอกไม่เกิน 4 ซม. ความกว้างของแขนเสื้อให้ เหมาะสมกับแขนของนักเรียน ไหล่ไม่ตก มีกระเป๋าติดบริเวณ
อกเสื้อด้านซ้าย 1 กระเป๋า ขนาดกว้าง 8-12 ซม. และลึก 10-15 ซม. มีตราเครื่องหมายของ
โรงเรียน ปักด้วยไหมสีกรมท่าที่หน้าอกเสื้อด้านขวา เฉพาะช่วงชั้นที่ 3 ช่วงชั้นที่ 4
ติดเข็มเครื่องหมายแทน
3.2 กางเกง ใช้แบบเดียวกับกางเกงชุดพิธีการ
3.3 เข็มขัด ใช้แบบเดียวกับชุดพิธีการ
3.4 ถุงเท้า สีขาวครึ่งน่อง ไม่มีลวดลาย ไม่หนาหรือไม่บางเกินไป เวลาสวมไม่พับ ปลายบน
3.5 รองเท้า ใช้รองเท้า หนังสีดำ หุ้มส้น มีเชือกผูก ไม่มีลวดลาย หรือใช้รองเท้าหนัง ที่ใช้ใน
ชุดพิธีการ

4. ชุดพลศึกษา
4.1 เสื้อคอโปโล ผ้าลินิน ผ้าโทเร หรือผ้ายืด มีกระเป๋าที่หน้าอกเสื้อด้านซ้าย 1 ใบ มี ตราโรงเรียนปักด้วยไหม หรือ พิมพ์ที่กระเป๋า ยกเว้นโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม
4.2 กางเกง เป็นกางเกงวอร์ม สีกรมท่าไม่มีลวดลาย ยาวถึงข้อเท้า
4.3 รองเท้า ผ้าใบสีขาว หุ้มส้น มีเชือกผูก ไม่มีลวดลาย

5. ชุดพิธีการนักเรียนหญิง
5.1 เสื้อสูทสีขาว ติดกระดุมโลหะสีทอง ตราพระมหามงกุฎ 3 เม็ด สวมทับชุดรองใน
เสื้อเชิ้ตแขนสั้น ผูกเนคไทสีกรมท่า
5.2 กระโปรง ใช้ผ้าเกลี้ยงสีกรมท่า ไม่มีลวดลาย ด้านหน้าและด้านหลังพับเป็นจีบข้างละ 3 จีบ ความลึกของจีบ 3-4 ซม. หันจีบออกด้านนอก เย็บทับบนจีบจากใต้ของเอวของกระโปรงลงมา
6-10 ซม. เว้นระยะความกว้างตอนกลางพองาม ชายกระโปรงต้องยาวคลุมเข่าลงมาไม่เกิน 5-10 ซม.






5.3 หมวก เป็นหมวกหนีบ ผ้าสีกรมท่า มีกระดุมตราพระมหามงกุฎ เส้นศูนย์กลาง 1.5 ซม. ติดด้านหน้าของหมวก 2 เม็ด เหนือกระดุมด้านซ้ายติดหน้าหมวก ซึ่งเป็นตราเครื่องหมายของ
โรงเรียน ขนาด 2.5 ซม.
5.4 เข็มเครื่องหมายประดับหน้าอกเสื้
อ เป็นตราเครื่องหมายของโรงเรียนขนาด 2.5 ซม. ประดับที่เหนือกระเป๋าด้านซ้าย ช่วงชั้นที่ 3 ใช้ตราเครื่องหมายสีเงิน ช่วงชั้น 4 ใช้ตรา
เครื่องหมายสีทอง
5.5 ป้ายชื่อทำด้วยโลหะสีดำ ตัวอักษรสีขาว ขนาดเหมาะสม
5.6 เข็มขัด ใช้เฉพาะนักเรียนช่วงชั้นที่ 4 เหมือนกับเข็มขัดนักเรียนชาย
5.7 ถุงเท้า สีขาว แบบนักเรียนไม่มีลวดลาย ไม่เป็นผ้าลูกฟูก พับปลาย
5.8 รองเท้า หนังหุ้มส้นสีดำ สีสายรัดด้านบน แบบนักเรียนไม่มีลวดลาย

6. ชุดกึ่งพิธีการ คือ เสื้อเชิ้ตแขนสั้น ผูกเนคไทสีกรมท่า สวมหมวกหนีบ

7. ชุดนักเรียนหญิง เป็นเครื่องแบบที่ใช้ในวันเรียนตามปกติ
7.1 เสื้อนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ใช้ผ้าขาวเกลี้ยง หนาพอควรคอกลาสี ชาย
ปล่อยติดกระเป๋า ที่ชายเสื้อด้านขวา 1 ใบ ปักตราเครื่องหมายโรงเรียนด้วยไหมสีกรม
ท่าหน้าอกเสื้อ ด้านขวา
7.2 เสื้อนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ใช้ผ้าขาวเกลี้ยงหนาพอควร เป็นเสื้อคอเชิ้ต
ที่อกเสื้อทำเป็น สาบตลบเข้าข้างใน กว้าง 3 ซม. มีจีบรัดที่ปลายขอบแขน กว้าง 3 ซม. ที่ปลายแขนต้องติดตะขอหรือ กระดุมให้เรียบร้อย ความยาวของแขนเสื้อไม่เกินข้อศอก หน้าอกเสื้อด้านขวาติดเข็มเครื่องหมายโรงเรียน ให้เก็บชายเสื้อไว้ในกระโปรง
7.3 กระโปรง เข็มขัด ถุงเท้า รองเท้า ใช้เหมือนกับชุดพิธีการ

8. ชุดพลศึกษา เหมือนกับชุดของนักเรียนชาย ยกเว้น รองเท้าให้ใช้หุ้มส้นสีขาว ผูกเชือกไม่มี
ลวดลาย ยกเว้น โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย นครปฐม

9. ทรงผม นักเรียนทุกคนต้องไว้ทรงผมตามที่โรงเรียนกำหนด
9.1 นักเรียนชายช่วงชั้นที่ 3 และช่วงชั้นที่ 4 ให้ไว้ผมทรงนักเรียน ด้านหน้ายาว
ไม่เกิน 4 ซม. ด้านหลังสั้นเกรียน
9.2 นักเรียนหญิงช่วงชั้นที่ 3 ให้ตัดผมสั้นเลยระดับติ่งหู ไม่เกิน 1 ซม. หวีแสกข้างติด กิ๊บโลหะสีดำให้เรียบร้อย ไม่มีผมย้อยลงมาปิดหน้าผาก ห้ามดัด ซอย หรือย้อมสีผม
ห้ามใส่เยล น้ำมัน ใส่ผม หรือสเปรย์
9.3 นักเรียนหญิงช่วงชั้นที่ 4 ผมยาวจรดปกเสื้อพอดี ห้ามซอย ดัด หรือย้อมสีผม
ห้ามใส่ เยล น้ำมันใส่ผม หรือสเปรย์

10. เครื่องประดับ ห้ามนักเรียนใช้เครื่องสำอาง และประดับเครื่องประดับทุกชนิดยกเว้น
10.1 นาฬิกา ราคาไม่แพงนัก สายหนังสีดำ สีน้ำตาล หรือสายเหล็กไม่มีลวดลาย
10.2 สายสร้อย เงิน หรือสเตนเลส ที่ยาวพอสมควรสำหรับผู้ต้องการมีพระติดตัวไว้
10.3 ต่างหู (เฉพาะนักเรียนหญิง) ให้ใช้ลักษณะที่เป็นห่วงเล็กๆ เพื่อป้องกันรูหูที่เจาะ
ไม่ตัน

11. เครื่องมือสื่อสาร สำหรับใช้ในการติดต่อระหว่างผู้ปกครอง นักเรียน และโรงเรียนห้าม นักเรียนนำเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดมาใช้ภายในโรงเรียนโดยเด็ดขาด ยกเว้นเครื่องมือ
สื่อสารที่ทาง โรงเรียนจัดไว้บริการเท่านั้น

แนวปฏิบัติในการทำความเคารพ ของนักเรียน
โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย กาฬสินธุ์

1. การทำความเคารพในห้องเรียน ห้องพักครู
1.1 เมื่อครูหรือผู้ควรเคารพเข้ามาในห้องเรียน ให้หัวหน้าห้องเป็นผู้บอกทำความเคารพโดยใช้คำ
บอก “นักเรียน” (ให้ทุกคนหยุดทำงานที่กำลังทำอยู่นั้นทันที นั่งตัวตรง) แล้วบอกต่อว่า “เคารพ”
ให้ นักเรียนทุกคนยืนตรงแล้วไหว้ และนักเรียนชายกล่าวพร้อมกันว่า “สวัสดีครับ” นักเรียนหญิงกล่าวพร้อม กันว่า “สวัสดีค่ะ” ในคาบเรียนวิชาต่างประเทศหรือวิชาพิเศษอื่นๆ ให้เป็นไปตามที่ครูประจำวิชานั้นๆ กำหนด เมื่อได้รับคำสั่งจากผู้รับความเคารพให้นั่ง จึงนั่งลง
1.2 เมื่อครูหรือผู้ควรเคารพจะออกจากห้องเรียน ให้หัวหน้าห้องเป็นผู้บอกทำความเคารพโดยใช้
คำว่า “นักเรียน เคารพ” ให้ทุกคนยืนตรงแล้วไหว้ และนักเรียนชายกล่าวพร้อมกันว่า “ขอบคุณครับ” นักเรียนหญิงกล่าวพร้อมกันว่า “ขอบคุณค่ะ”
1.3 การเข้าพบครูในห้องพักหรือโต๊ะทำงาน ให้ยืนห่างประมาณ 2 ก้าว แล้วไหว้และพูดใน
อาการสำรวม ไม่ยืนชิดหรือสัมผัสโต๊ะ ไม่เอามือกอดอกหรือไขว้หลัง เมื่อจะกลับให้ไหว้
และกล่าวคำว่า “ขอบคุณครับ” หรือ “ขอบคุณค่ะ”

2. การทำความเคารพนอกห้องเรียน
2.1 เมื่อนักเรียนอยู่กับที่มีครู อาจารย์ หรือผู้ควรเคารพเดินผ่าน ให้ยืนตรงแล้วไหว้
2.2 เมื่อเดินสวนกับครูอาจารย์หรือผู้ควรเคารพ ให้นักเรียนยืน หันหน้าไปทางผู้ควรเคารพยืน ตรงแล้วไหว้ เมื่อผู้ควรเคารพเดินผ่านไปแล้วจึงเดินต่อ
2.3 เมื่อครู อาจารย์ หรือผู้ควรเคารพหยุดอยู่กับที่ นักเรียนจะเดินผ่านไป ให้หยุดยืนตรงแล้ว
ไหว้
จึงเดินผ่านไปโดยก้มตัวเล็กน้อย
2.4 นักเรียนที่ขับขี่หรือนั่งบนจักรยาน เมื่อจะสวนหรือผ่านครู อาจารย์หรือผู้ควรเคารพให้ชะลอ ความเร็วลงแล้วก้มตัวหรือก้มศีรษะเล็กน้อย
2.5 การทำความเคารพอาจารย์เวรที่ประตูหน้าโรงเรียน ให้หันหน้าไปทางอาจารย์เวรยืนตรงแล้ว
ไหว้ กล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” หรือ “สวัสดีค่ะ” ถ้าถือสิ่งของหนักหรือหนักมาก ให้ยืนตรง ถ้าขี่ จักรยานยนต์ให้หยุดละลงจากรถ ยืนตรง มือจับรถ โค้งศีรษะ และกล่าวเช่นเดียวกันแล้วจึงจูง
รถเข้าไป ในโรงเรียน
2.6 การทำความเคารพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น เมื่อเดินผ่านพระพุทธรูปประจำโรงเรียน ศาลพระภูมิ ให้ยกมือไหว้แล้วจึงเดินผ่านไป เมื่อจูงรถจักรยานยนต์ให้ก้มศีรษะเล็กน้อย
2.7 เมื่ออยู่นอกบริเวณโรงเรียนไม่ว่าจะแต่งเครื่องแบบนักเรียนหรือไม่ก็ตาม เมื่อพบครูอาจารย์ ให้ทำความเคารพโดยยกมือไหว้ และกล่าวคำว่า “สวัสดีครับ” หรือ “สวัสดีค่ะ”
2.8 เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้สมกับเป็นโรงเรียน เฉลิมพระเกียรติ โรงเรียนได้กำหนดให้นักเรียนได้แสดงความจงรักภักดี โดยการทำความเคารพ
พระบรม ฉายาลักษณ์ในช่วง เช้า-เย็น ตามความเหมาะสม โดยนักเรียนชายโค้งคำนับ นักเรียนหญิงถอนสายบัว

3. การทำความเคารพขณะที่อยู่ในเครื่องแบบอื่นๆ
นักเรียนที่แต่งเครื่องแบบลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด หรือนักศึกษาวิชาทหาร การแสดง
ความ เคารพให้ปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

4. นักเรียนไม่ต้องทำความเคารพในโอกาส
4.1 เมื่อได้รับอนุญาต
4.2 เมื่ออยู่ในที่คับขัน หรือถือสิ่งของหนัก
4.3 ขณะอยู่ในโรงอาหาร รับประทานอาหาร อยู่ในห้องประชุม ห้องสมุด
4.4 ขณะอยู่ในแถว หรือ เดินแถว

แนวปฏิบัติในการเข้า -ออก บริเวณโรงเรียน

1. การเดิน เข้า-ออก บริเวณโรงเรียน
1.1 ตอนเช้า ก่อนเข้าเรียน ให้เดินเข้าโรงเรียนทางประตูใหญ่หน้าโรงเรียน ทำความเคารพ อาจารย์เวรที่หน้าประตู โดยการไหว้ แล้วตั้งแถวตอนเรียงหนึ่ง เดินชิดของถนนด้านขวา
เมื่อเดินถึง พระพุทธรูปประจำโรงเรียน ให้ทำความเคารพด้วยการไหว้ 1 ครั้ง แล้วเดินชิดขวาไปอาคารเรียนหรือ ห้องเรียน เมื่อผ่านพระบรมฉายาลักษณ์ให้แสดงความเคารพ
1 ครั้ง
1.2 ตอนเลิกเรียน ให้ตั้งแถวเรียงหนึ่งจากห้องเรียน หรือจากจุดที่โรงเรียนกำหนด เดินชิดขวา ออกปะตูใหญ่หน้าโรงเรียน ก่อนออกให้ทำความเคารพครูเวรหน้าประตูโดยการไหว้

2. การใช้ยานพาหนะ เข้า-ออก บริเวณโรงเรียน
2.1 นักเรียนที่นำรถจักรยานยนต์มาโรงเรียนจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจร โดยสวมหมวกนิรภัยทุก ครั้งเมื่อมาโรงเรียน
2.2 ตอนเช้าก่อนเข้าเรียน ให้เข้าทางประตูใหญ่ เมื่อถึงประตูใหญ่หยุดรถ ทำความเคารพอาจารย์ เวรหน้าประตูโดยการไหว้ เมื่อถึงพระพุทธรูปประจำโรงเรียนให้แสดงความเคารพโดยการก้ม
ศีรษะถึง บ้านพักผู้บริหารโรงเรียนให้หยุดรถและจูงรถไปจอดในสถานที่ที่โรงเรียนกำหนด
2.3 ตอนเลิกเรียน ให้จูงรถออกจากสถานที่จอด จูงรถบริเวณทิศใต้ของพระพุทธรูปประจำโรงเรียนให้ทำความเคารพโดยการไหว้ 1 ครั้ง หลังจากนั้นให้ขับรถไปตามถนนได้ เมื่อถึงประตูใหญ่ให้ หยุดรถและแสดงความเคารพครูเวรหน้าประตูโดยการไหว้ แล้วจึงขี่รถไปได้

แนวปฏิบัติสำหรับนักเรียนที่มาสาย

นักเรียนที่มาไม่ทันกิจกรรมหน้าเสาธง หรือมาหลัง 08.30 น. ถือว่ามาสายให้ปฏิบัติ ดังนี้
1. รายงานตัวต่อครูเวรหน้าประตู เพื่อทำกิจกรรมตามความเหมาะสม
2. เสร็จแล้วไปรายงานตัวต่อครูงานควบคุมความประพฤตินักเรียนเพื่อชี้แจงเหตุผลและรับบัตร
เข้าห้องเรียน ครูประจำวิชาหรือครูผู้สอนจะอนุญาตให้นักเรียนที่มาสายเข้าห้องเรียนได้ต่อ
เมื่อมีบัตรเข้า ห้องเรียนมาแสดง
3. นักเรียนที่มาสายโดยไม่มีเหตุผลอันควรจะถูกตัดคะแนนความประพฤติครั้งละ 1 คะแนน และจะต้องบำเพ็ญประโยชน์ภายในโรงเรียนตามความเหมาะสม

แนวปฏิบัติในการขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน

นักเรียนที่มาถึงบริเวณโรงเรียนแล้ว โรงเรียนไม่ต้องการให้นักเรียนออกไปนอกบริเวณโรงเรียน โดยไม่จำเป็น ทั้งนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุอันอาจเกิดขึ้น หรือเหตุอย่างอื่น อันอาจนำมาซึ่งความไม่ ปลอดภัยแก่ชีวิต หรือทำให้เสียชื่อเสียงของโรงเรียน และที่สำคัญคือไม่ต้องการให้นักเรียนเสียเวลา
ใน การศึกษาเล่าเรียน
โรงเรียนจะอนุญาตให้ออกนอกบริเวณโรงเรียนในกรณีจำเป็นจริงๆ เท่านั้น เช่น ป่วย
ญาติป่วย ไปตรวจร่างกาย หรือกรณีอื่นๆ ซึ่งครูหรือครูฝ่ายปกครองจะพิจารณาเป็นรายๆ
ไป เมื่อนักเรียนมีความจำเป็นจะออกนอกบริเวณโรงเรียน ให้ปฏิบัติดังนี้
1. บันทึกขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน ที่ห้องกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน ผู้ที่จะ พิจารณาอนุญาต คือ ครูเวรประจำวัน ฝ่ายบริหาร และครูประจำวิชาในกรณีขอออกนอก
บริเวณ
โรงเรียน ระหว่างที่มีการเรียนการสอน
2. เมื่อได้รับอนุญาตแล้ว โรงเรียนจะออกบัตรออกนอกบริเวณโรงเรียนให้ และบัตรนี้จะ
ใช้ได้ เฉพาะในวันและช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น   ในกรณีขอออกนอกบริเวณโรงเรียน เพราะป่วย ต้องได้รับคำยินยอมอนุญาตจากงานอนามัย โรงเรียนด้วยและ
ในกรณีออกไปธุระกับผู้ปกครอง ต้องมีบันทึกขออนุญาตของผู้ปกครองด้วย
3. การออก- การเข้า ให้ใช้ประตูหน้าโรงเรียน แสดงบัตรประจำตัวนักเรียนและบัตรออก
นอก บริเวณโรงเรียนต่อยามรักษาการณ์ทั้งขาเข้าและขาออก และเมื่อเข้ามาถึงประตูหน้าโรงเรียนแล้ว
ให้มอบบัตรออกนอกบริเวณโรงเรียนให้ยามรักษาการณ์ตรวจสอบและนำบัตรดังกล่าวส่ง
คืนห้อง บริหาร กิจการ นักเรียนทันที
4. ขณะอยู่นอกบริเวณโรงเรียน นักเรียนต้องเก็บรักษาบัตรออกนอกบริเวณ โรงเรียนเพื่อแสดงต่อครู อาจารย์ หรือสารวัตรนักเรียน เมื่อถูกเรียกตรวจ นักเรียนที่ออก
นอกบริเวณโรงเรียนโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าหลบหนีโรงเรียนจะต้องได้รับการ พิจารณาโทษตามระเบียบข้อบังคับของทางโรงเรียน

แนวปฏิบัติในการใช้ห้องเรียน

1.ห้องนักเรียนมีไว้เพื่อเป็นสถานที่สำหรับจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จึงห้ามใช้เป็นสถานที่เล่นกีฬา รับประทานอาหาร หรือดจัดกิจกรรมอื่นๆ อันอาจจะ
ทำให้เกิด หรือส่งเสียงรบกวนผู้อื่น
2 .ก่อนและหลังการใช้ห้องเรียนทุกครั้งจะต้องดูแลเรื่องความสะอาด ความเป็นระเบียบของโต๊ะเก้าอี้ โดยเฉพาะนักเรียนที่เป็นเวรรักษาความสะอาด
ประจำวัน ต้องปฏิบัติหน้าที่ทั้งภาคเช้า กลางวันและหลังเลิกเรียน
3. เมื่อจะออกจากห้องเรียนต้องปิดไฟ ปิดพัดลม ให้เรียบร้อย
4. ทุกคนต้องช่วยกันดูแลรักษาอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ไม้กวาด ที่ตักขยะ ถังขยะ แปรงลบกระดานและ อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด หากมีการชำรุดเสียหายให้รีบแจ้งครู
ที่ปรึกษา หรือหัวหน้าอาคาร
5. เครื่องรับโทรทัศน์ในห้องเรียนมีไว้เพื่อการเรียนการสอนเท่านั้น ห้ามนำภาพยนตร์หรือเกมส์ที่ไม่ เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนมาใช้โดยไม่ได้รับ
อนุญาต

แนวปฏิบัติในการใช้ห้องน้ำห้องส้วม

เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และการรักษาความสะอาด การบำรุงรักษาห้องน้ำ
ห้องส้วม โรงเรียน จึงกำหนดแนวปฏิบัติในการใช้ห้องน้ำห้องส้วม ดั้งนี้
1. ห้องน้ำห้องส้วม แยกเป็นห้อง ครู ห้องน้ำนักเรียน ซึ่งแยกเป็นห้องชายและห้องน้ำหญิง ห้องน้ำครูจะอยู่บนอาคารเรียน ส่วนห้องน้ำนักเรียนจะเป็นอาคารเฉพาะอยู่นอกอาคารเรียน
2. ผู้ใช้ห้องน้ำห้องส้วมทุกคน จะต้องถือเป็นหน้าที่ที่จะรักษาความสะอาจ เศษขยะต่างๆ
ต้องทิ้ง หรือนำไปทิ้งที่ถังขยะเท่านั้น ห้ามทิ้งลงบนพื้นหรือในโถส้วม และห้ามขีดเขียนใดๆ ลงบนฝาผนัง หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของห้องน้ำ
3. ก่อนและหลังการใช้ห้องน้ำห้องส้วมทุกครั้ง ผู้ใช้ต้องเทน้ำลาดโถส้วม จนเห็นว่าสะอาดดีแล้วจึง ออกไป
4. เมื่อจะออกจากห้องน้ำห้องส้วม ต้องปิดน้ำ ปิดไฟให้เรียบร้อย ไม่เปิดไฟ
เปิดน้ำทิ้งไว้
5. ผ้าอนามัยที่ใช้แล้ว ควรเก็บโดยวิธีม้วนให้เล็กลง แล้วห่อกระดาษ
ให้มิดชิดทิ้งลงในถังขยะเท่านั้น ห้ามทิ้งลงในโถส้วมหรือสถานที่อื่น ๆ เป็นอันขาด
6. ทุกคนต้องช่วยกันดูแลรักษาอุปกรณ์ต่างๆ เช่น ขันน้ำ แปรงขัด น้ำยาต่างๆ
ก๊อกน้ำและ อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิด หากพบว่าก๊อกน้ำ อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของห้องน้ำ ห้องส้วม ชำรุดเสียหาย ให้แจ้งครู หรือฝ่ายบริการอาคารสถานที่โดยเร็ว

แนวปฏิบัติในการใช้ห้องโสตทัศนศึกษา

เพื่อเป็นการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนให้เป็นไปตามเป้าหมายและจุดประสงค์ของการเรียนรู้ ในแต่ละหมวดวิชา ฝ่ายโสตทัศนศึกษาจึงขอความร่วมมือคณะครู และผู้ใช้บริการทุกท่านปฏิบัติตาม ระเบียบดังนี้
1. ก่อนใช้ห้อง ให้ขออนุญาตครูผู้ดูแล/ผู้รับผิดชอบห้อง/ขออนุญาตเวรประจำห้องก่อน
2. กรุณาติดต่อเครื่องมือ-สื่อล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน ถ้าใช้นอกสถานที่ควรจองลวงหน้า
3. การใช้เครื่องมือ/สื่อนอกสถานที่หรือนอกเวลาราชการจะต้องมีหนังสือขออนุญาตจากหัวหน้า สถานศึกษาก่อน ทางจ้าหน้าที่จึงจะอนุญาตใช้เครื่องมือ/สื่อได้ หากเครื่องมือเกิดชำรุด ผู้ยืมต้องเสีย ค่าเสียหายหรือทำไฟห้อยู่ในสภาพเดิมที่ใช้งานได้
4. การยืมทุกครั้งต้องกรอกแบบฟอร์มยื่นต่อเจ้าหน้าที่โสตฯ ล่วงหน้าตามที่กำหนด
5. อุปกรณ์ทุกชนิดเมื่อใช้แล้วต้องเกิบเข้าที่เดิมให้เรียบร้อย ถ้ามีการชำรุดหรือเสียหายต้องแจ้ง ให้ผู้รับผิดชอบทราบทันที
6. ผู้ใช้ห้องทุกคนต้องถือเป็นเจ้าหน้าที่ว่าจะรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบของห้องอยู่ ตลอดเวลา
7. ห้ามนำอาหาร/เครื่องดื่ม มารับประทานในห้องโสตทัศนศึกษา

แนวทางปฏิบัติในการใช้ห้องจริยธรรมเฉลิมพระเกียรติ ฯ


1. ก่อนเข้าใช้ห้องจริยธรรมเฉลิมพระเกียรติ ฯ จะต้องจองใช้ห้องล่วงหน้ากับเจ้าหน้าที่ที่รับผิด
2 . ผู้ใช้ห้องทุกคนจะต้องถือเป็นหน้าที่ ว่าจะรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อย ของห้องอยู่ตลอดเวลา
3. ไม่นำอาหาร ลูกอม ขนม ของขบเคี้ยว เข้ามารับประภายในห้องจริยธรรม
4. ก่อนเข้าใช้ห้องจริยธรรมต้องถอดรองเท้า วางให้เป็นระเบียบหน้าห้องจริยธรรม
5. ต้องสำรวมกาย วาจา ใจ ตลอดระยะเวลาในการใช้ห้องจริยธรรม
6. ไม่พูดคุย หยอกล้อ เล่นกันในห้องจริยธรรม ควรกราบพระเมื่อเข้าใช้ห้องจริยธรรมและก่อนออก จากห้องทุกครั้ง
7. ไม่นอนเล่นในห้องจริยธรรม
8. เก็บเครื่องมือ วัสดุ อุปกรณ์ สื่อการเรียนการสอน ที่ใช้เสร็จแล้วเข้าที่เดิม ให้เรียบร้อยหากมี การชำรุดจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ และบันทึกข้อมูลหลังเลิกใช้ทุกครั้ง
9. จะต้องปิดไฟฟ้า พัดลม เครื่องปรับอากาศ เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องฉายภาพโปรเจคเตอร์และ เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด (หากมีการเปิดใช้)

แนวปฏิบัติในการใช้อาคารศูนย์กีฬา

เวลา ปิด – เปิด  

          • วันจันทร์- วันศุกร์ เวลา 07.00- 17.30 น.
          • วันเสาร์- อาทิตย์ ปิด

ผู้มาใช้อาคารศูนย์กีฬาต้องแต่งกายให้เรียบร้อยและเหมาะสม ช่วยกันรักษาความสะอาด     ลงชื่อทุกครั้งที่ใช้บริการศูนย์กีฬา
การยืม- ส่งอุปกรณ์กีฬา ให้แจ้งความประสงค์ต่อจ้าหน้าที่และลงชื่อในใบยืม-ส่ง อุปกรณ์กีฬาทุกครั้ง ให้นำส่งอุปกรณ์กีฬาอย่างช้า เวลา 07.30 น. ของวันรุ่งขึ้น
กรณีอุปกรณ์ชำรุดเสียหาย ผู้ยืมต้องรับผิดชอบตามราคาของอุปกรณ์ชนิดนั้นๆ

ดาวน์โหลดไฟล์(word)==> ระเบียบของโรงเรียน